นสพ.เอกราชนิวส์ สื่อท้องถิ่น อ่างทอง ให้รัฐบาลประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินดึงอำนาจคืนจาก ผวจ.ทั่วประเทศ

Share

กล้าตัดสินใจประกาศเป็นคำสั่งทั่วประเทศให้พี่น้องประชาชนอยู่ในเคหะสถานของตนเอง จัดให้มีระบบความปลอดภัย อย่างเข้มงวด และมีมาตรการเยียวยาแก่พี่น้องประชาชน ขืนชักช้าจะเอาไม่อยู่

   นายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ขอความร่วมมือ ร่วมใจ ต้านภัยไวรัส โควิด –19 โดยการขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองดูแลและป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด สวมใส่หน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ให้อยู่ในบ้านถ้าไม่มีความจำเป็นที่จะออกไปนอกบ้าน งดเข้าหรือร่วมงานที่มีคนจำนวนมาก โดยกักเก็บตัวเอง เพื่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส โควิด -19  และได้ใช้อำนาจที่ประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอ่างทอง ออกประกาศปิดสถานที่สุ่มเสี่ยง เช่น ร้านเกมส์ ร้านคาราโอเกะ สนามกีฬา โรงภาพยนตร์ สนามชนไก่ สระว่ายน้ำ สถานที่ออกกำลังกาย โรงยิม สถานประกอบการ อบไอน้ำ นวดเพื่อสุขภาพ ร้านค้าที่สุ่มเสียง ฯลฯ เป็นการชั่วคราว และให้มีจุดคัดกรองโดยมีเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เจลล้างมือ หรือแอลกอฮอล์ไว้บริการ หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และขอความร่วมมือปิดตลาดนัดทุกแห่งในจังหวัดชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น งดงานเลี้ยงสังสรรค์ งานประเพณีต่างๆก็ให้เลื่อนออกไป และมีมาตรการแจกหน้ากาก ผ้าอนามัยให้ครบทั้ง 7 อำเภอ

นายศักดิ์ชัย เหล่าไทย บริษัทไทยจิตรเกษม และบริษัทเอนเตอร์ไพรซ์ ร่วมบริจาคหน้ากากอนามัยเป็นเงินจำนวน 5 แสนบาทเพื่อจัดซื้อหน้ากากอนามัยให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทอง โดยมี ฯพณฯท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเรวัต ประสงค์ ผวจ.อ่างทอง นางศิริวรรณ ประสงค์ กาชาดจังหวัดอ่างทอง นายภราดร ปริศนานันทกุล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.จังหวัดอ่างทอง นายสุรเชษ นิ่มกุล นายก อบจ.อ่างทอง เป็นผู้รับมอบ เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองทั้ง 7 อำเภอ
ภราดร – กรวีร์ สองพี่น้องตระกูล ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองสู้ๆ จะไม่ทิ้งกัน และไปด้วยกันให้ถึงชัยชนะ

   กรณีประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หรือมาจากกรุงเทพฯ โดยมีมาตรการโดยให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากที่เดินทางมาถึงจังหวัดอ่างทอง มีการตรวจวัดไข้และกักตนเองเป็นระยะเวลา 14 วัน หากพบไข้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสหรือมีอาการทางระบบหาบใจ ให้แจ้งสาธารณสุขในพื้นที่ทันที

คลื่นมหาชนที่จะเดินทางออกจากเมืองหลวง (กรุงเทพฯ) มาสู่ชนบท หรือต่างจังหวัด
นายสาทร คชวงษ์ บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์เอกราชนิวส์ สื่อท้องถิ่นจังหวัดอ่างทอง

   นายสาทร คชวงษ์ บก. นสพ.เอกราชนิวส์ กล่าวว่า จากมาตราการต่างๆที่ภาครัฐได้วางแนวทางไว้นั้นดูเหมือว่าจะไม่เป็นผลในการป้องกันเชื้อไวรัส โควิด -19 เท่าที่เป็นจริง เพราะการที่พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก หรือตกใจกับเหตุการณ์ อีกทั้งรัฐบาลขาดอำนาจในการตัดสินใจ ทำงานล่าช้า  และไม่เป็นแนวทางเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหายุ่งอยากในการปฏิบัติงานของจังหวัดแต่ละจังหวัด และเจ้าหน้าที่  อีกทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ ก็ขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย ที่จะแจกจ่ายเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของ เชื้อไวรัส โควิด -19  เบื้องต้นก็ไม่เพียงพอ และท้ายที่สุด กรุงเทพฯ ประกาศปิดเมือง โดยไม่มีอะไรรองรับเท่าที่ควร ทำให้ประชาชนต้องอพยพเดินทางกลับบ้านเกิด (ต่างจังหวัด)  นั่นเท่ากับว่า การแพร่กระจายเชื้อได้เริ่มต้น ณ ที่จุดนั้นแล้ว และจะต้องเดินทางมายังถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งหน่วยงานของรัฐเองก็ไม่ได้รับประกันถึง 100 เปอร์เซ็นต์  ชัดเจนว่าไม่มีมีเชื้อไวรัส โควิด – 19 เล็ดลอดออกไปยังต่างจังหวัด นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากครับ และปัญหาก็จะตามมาถึงในระดับจังหวัด ซึ่งก็ต้องบอกว่า เหมือนตัวใครตัวมัน ในแต่ละจังหวัด

   ทางเลือก ทางรอดก็คือ ขอให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตัวเองอย่างเคร่งครัด ตามที่หลายๆฝ่ายออกมาให้ความรู้ ในการป้องกัน ถ้าไม่รักตัวเอง ไม่รักครอบครัวไม่รักประเทศชาติ ก็อาจจะต้องติดเชื้อ หรือสูญเสีย (ตาย) หลายคนก็มองว่านี่คือสงคราม “เชื้อโรค” หนึ่งในยุคโลกาภิวัตน์ มันอาจจะมองไม่เห็นตัว ด้วยตาเปล่า มันแก้ลำบาก แต่สามารถป้องกันได้ครับ อย่ามัวทะเลาะกัน ซึ่งไม่มีผลดีเลยในขณะนี้ นับวันจะทำให้ประชากรของประเทศเราสูญพันธ์ไปโดยปริยาย ผนึกกำลังกัน สามัคคีกันเข้าไว้ หาทางออกร่วมกัน แล้วเราจะชนะในครั้งนี้