อ่างทอง สร้างอำเภอยิ้มและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Share

   เมื่อหลายปี ประมาณ  2-3 ปี ที่ผ่านมาผู้เขียนเคยทราบเรื่องของบุคคลที่ไม่มีบัตรประชาชน อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งก็ทราบมาว่าบุคคลที่ว่านี้ก็ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งในทะเบียนราษฎร์ มีเพียงน้องสาว น้องเขย มีที่อยู่อย่างชัดเจน แต่บุคคลที่กล่าวถึงนี้เป็นบุคคลที่ไม่มีบัตรประชาชนตั้งแต่เกิด จนขณะนี้เขาอายุ 60 ปี ก็ไม่สามารถแจ้งชื่อเข้าอยู่ในทะเบียนราษฎร์ของน้องเขย น้องสาวตัวเองได้ แต่ความเป็นจริง บุคคลไร้ซึ่งบัตรประชาชนคนดังกล่าวนี้ ก็ไปไปมามา ค้างคืนกับบ้านของน้องเขย น้องสาวหลังนี้เป็นบางครั้งบางคราว

   ซึ่งเรื่องเหล่านี้คนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และท้องถิ่น ก็ทราบเรื่องดีพอสมควร ก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้เก็บข้อมูล หลักฐานประวัติความเป็นมาและได้ขอคำปรึกษา เพื่อขอความช่วยเหลือทางฝ่ายปกครอง (อำเภอ) ในการออกบัตรประชาชนให้กับบุคคลดังกล่าว แต่ด้วยเหตุผลหรือมีปัจจัยอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถออกบัตรประชาชนได้

เฟสบุ๊ก บก.สาทร คชวงษ์  เพจ: ข่าวสดเอกราชนิวส์  และเพจ: เจาะข่าว ของผู้เขียน  ลงประชาสัมพันธ์เพื่อขอความช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ -เดือนมีนาคม 2569 อย่างติดต่อกันอีกครั้ง หลังจากผู้เขียนได้พบบุคคลดังกล่าว ตามสถานที่ต่างๆ อาทิงานประจำปีของวัดต่าง ๆ ในจังหวัดอ่างทอง ตามตลาดนัด และข้างถนนทางหลวง เป็นต้น ผู้เขียนได้พูดคุยสอบถาม เรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือยังเกี่ยวกับการออกบัตรประชาชน ต่อมาได้ทราบว่ายังไม่มีหน่วยงานใดจัดการเรื่องนี้ให้ นี่แหละจึงเป็นที่มาของการโพตส์รูปและข้อความ “อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คนอ่างทองต้องไม่ทิ้งกัน และอ่างทองคนไร้บัตรประชาชน ด้วยความที่เราเป็นคนไทยและเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทุกคนมีร้อนมีหนาว มีหิว และมีความต้องการอื่นๆเหมือนเช่นกันทุกคน

กว่า 2 ปีโดยประมาณ มีฝ่ายปกครอง (มหาดไทยมาถึง 2 คน ) ก็ยังไม่คืบหน้าในการที่จะหาทางช่วยเหลือให้บุคคลดังกล่าว ซึ่งเป็นคนไทยแท้ๆ แต่ก็เป็นคนไทยที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน (หลักฐานชิ้นสำคัญ) ของทะเบียนราษฎร์นั่นเอง

   เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้เขียนได้ติดต่อผ่านนายปิตุพงศ์ เทพวีระพงศ์ นายอำเภอป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ของบุคคลนี้  เพื่อจะนำเรื่องเหล่านี้ได้ปรึกษาหาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ผู้เขียนยังได้นำเรื่องนี้และขอคำปรึกษาไปยังท่านปลัดจังหวัดอ่างทอง อีกช่องทางหนึ่ง ด้วยความตั้งใจอยากให้ความช่วยเหลือและเพื่อประโยชน์พึงมีพึงได้ แก่บุคคลดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันเสมือนบุคคลอื่นๆที่มีสิทธิ์ตามกรอบกฎหมายต่อไป

   เมื่อเวลา 10.45 น. ของวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ห้องนายอำเภอป่าโมก ชั้น 3  นายปิตุพงศ์ เทพวีระพงศ์ นายอำเภอป่าโมก ให้การต้อนรับผู้เขียน ด้วยรอยยิ้ม พร้อมทักทายผู้เขียน ผู้เขียนเริ่มต้นเรื่องเพียงได้น้อยนิด แต่นายอำเภอป่าโมก ท่านได้ทำการบ้านมาก่อนและเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยเตรียมเอกสาร ข้อมูลต่างๆทั้งทะเบียนราษฎร์ พร้อมทั้งพูดกับผู้เขียนอย่างมั่นใจ ในการม าเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยท่านกล่าวว่า ถ้าเราได้ตัวของบุคคลดังกล่าวมา ในวันนี้ทางอำเภอฯ เราจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในวันนี้เลย

 ผู้เขียนดีใจจนพูดไม่ออก แค่นี้ผู้เขียนก็เข้าใจอย่างแจ่มชัดในเจตนาของท่านนายอำเภอป่าโมกแล้ว ผิดกับเมื่อ 2- 3 ปี ที่ผ่านมา มันดูยากเย็นแสนเข็นเสียนี่กระไร ? ผู้เขียนจะไม่ขอพูดสืบหาสาเหตุ เอาเป็นว่า ณ วันนี้มันดูง่ายจริงๆ นายอำเภอป่าโมก ยืนยันว่าทุกอย่างมีระเบียบพร้อมพยานหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลอันนี้พิสูจน์ได้ไม่ต้องยุ่งยาก พร้อมปฏิบัติตามความเป็นจริง

   ผู้เขียน จึงโทรติดต่อสายข่าวของผู้เขียน ประสานนายพรปวีณ์ แสงฉาย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลบางเสด็จ เพื่อขอนำบุคคลดังกล่าว (คนไร้บัตร) เข้าพบหารือกับนายอำเภอป่าโมกด้วย  ซึ่งในวันนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย ดำเนินการสอบประวัติและทำบัตรประชาชนให้บุคคลดังกล่าวเสร็จสิ้นในวันเดียวแบบคาดไม่ถึง ทุกสีหน้าในห้องทะเบียนราษฎร์มีรอยยิ้ม และนี่คือ “อำเภอยิ้ม” ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

  ประวัติคร่าวๆของบุคคลไร้บัตรประชาชนตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน อายุ 60 ปี ซึ่งไม่เคยได้รับสิทธิ์การเป็นพลเมืองไทยเลย ชื่อนายสุริน ทรวงตะคุ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2509 บ้านเลขที่ 89 หมู่ 3 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง วันออกบัตร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569  วันบัตรหมดอายุ วันที่ 18 มีนาคม 2577 ผู้ออกบัตร (เจ้าพนักงานออกบัตร) นายนฤชา โฆษาศิวิไล

สาทร คชวงษ์/บรรณาธิการข่าว